วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558
"เป้าหมายในชีวิต...ของคุณคืออะไร"
บทความโดย : รศ.ดร.อรัญญา ตุ้ยคำภีร์
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10 มิถุนายน 2557
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10 มิถุนายน 2557
หนังสือ Self Help เล่มหนึ่งได้เขียนบรรยายถึงฉากสนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง ชายผู้เป็นพ่อนั่งเกาะขอบสนามฟุตบอล ในขณะที่ลูกชายของเขากำลังอยู่ในสนามแข่งขันและได้ครองลูกบอลอยู่บริเวณหน้าประตู
“ยิงเลย โจ ยิงเลย !!!”
ผู้คนรอบสนาม รวมทั้งผู้เป็นพ่อตะโกนเชียร์เสียงดังลั่น แต่โจกลับผ่านลูกไปให้เพื่อนเป็นผู้ยิงแทนเขา โจผ่านลูกที่ตนเองน่าจะเป็นผู้ยิงหลายต่อหลายครั้ง หลังการแข่งขันสิ้นสุดลง ผู้เป็นพ่อได้ถามโค้ชว่า
“โจ ฝีมือยิงลูกบอลไม่ดีเลยหรือครับ”
โค้ช ตอบว่า
“โจฝีมือดีทีเดียว...ที่เขาไม่ยิงลูก ผมคิดว่าคงเป็นเพราะเขากลัวจะยิงพลาดมากกว่าครับ”
หลายครั้งคนเราไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม ได้ใช้ชีวิตบนความกลัว กลัวที่จะผิดพลาดเหมือนกับโจ กล่าวคือไม่กล้าที่จะตั้งเป้าหมายในชีวิต ไม่กล้าที่จะคาดหวังใดๆ เกี่ยวกับชีวิตในวันข้างหน้าของตนเอง ด้วยเหตุผลหลักประการเดียวคือ..."กลัวว่าจะล้มเหลว หรือกลัวว่าจะไปไม่ถึงฝัน" 
ความกลัวนี้มักทำให้คนจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตแต่ละวันไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่มีความกระฉับกระเฉง ไม่มีชีวิติชีวา และที่สำคัญอย่างไม่ได้รู้ว่ามีคุณค่าอะไร ไร้พลัง เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย หรือที่เรียกว่า “การใช้ชีวิตอย่างไม่มีเป้าหมาย” นั่นเอง
รู้จัก...เป้าหมายในชีวิต
เป้าหมายในชีวิตของคนๆ หนึ่ง คือ สิ่งที่คนๆ นั้นให้ความหมาย ให้ความสำคัญ และอยากให้สิ่งๆ นั้นเกิดขึ้นในชีวิตของเขา หลายครั้งเป้าหมายในชีวิตทำหน้าที่เหมือนขั้วแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ดึงดูดคนเราให้ลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น คนที่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรบ้าง รู้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เพื่อใคร และเพื่อที่จะทำอะไร
คำถามที่มักพบคือ เพราะเหตุใดคนเราจึงมีปัญหาในการตระหนักถึงเป้าหมายในชีวิตของตน แม้ว่าจะอยู่ในวิสัยที่ทำได้ แต่ก็ไม่ได้ทำ หรือว่าเรายุ่งเกินไป หรือเรามีเรื่องรกใจ หรือมีอะไรต้องทำมากมายเกินไป จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไปตามผู้คนแวดล้อมบอกให้ทำ หรือตามสังคมบอกว่าดี โดยไม่รู้ตัวว่าตนเองต้องการอะไร หรือปล่อยให้เรื่องที่เคยต้องการจะทำหลายเรื่องผ่านไป เพราะสาเหตุว่าเรามีเป้าหมายในชีวิตไม่ชัดเจน
คำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ สิ่งที่คนเราตั้งใจทำอาจจะไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาก็ได้ จริงอยู่คนเรานึกได้ว่าต้องทำโน่นต้องทำนี่ นั่นคือการมีความตั้งใจ แต่ความตั้งใจไม่ใช่เป้าหมายของชีวิต ความตั้งใจคือการที่เราตกลงใจว่าจะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด แต่เป้าหมายในชีวิตจะเป็นการตั้งทิศทางที่มุ่งไปสู่บางสิ่งที่คนเราเห็นว่าสำคัญหรือมีความหมายต่อเขา เป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเลือกความเป็นไปได้ต่างๆ และนำไปสู่การกระทำกิจกรรมต่างๆในชีวิต
“แน่นอนว่าเป้าหมายในชีวิตทุกข้อจะเริ่มขึ้นจากความตั้งใจก่อนเสมอ”
วิธีการ..ตั้งเป้าหมายในชีวิต
ง่ายที่สุด เราสามารถเริ่มต้นด้วยนึกถึงเป้าหมายในปัจจุบัน โดยเวลา 2 นาที “ให้นึกถึงสิ่งที่ต้องการหรือปรารถนาจะให้เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเอง” แล้วเขียนลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าตั้งใจมุ่งไปเรื่องใดและอย่างไร ดูตัวอย่างของ เป้าหมายของสุดใจ
หนึ่ง เป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 5 ปีข้างหน้า
- ทำงานทำเงินเดือน 150,000 บาท ขึ้นไป
- มีเงินเก็บไว้ซื้อบ้านของตนเอง
- ไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว
- ทำงานทำเงินเดือน 150,000 บาท ขึ้นไป
- มีเงินเก็บไว้ซื้อบ้านของตนเอง
- ไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว
สอง เขียนเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 1 ปีข้างหน้า
- เปลี่ยนงาน และ ทำกิจกรรมต่างๆ ให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสบการณ์
- หาข้อมูลงานที่ตรงสายงานที่เรียน
- หัดขับรถในกรุงเทพให้คล่องเส้นทางและสอบใบขับขี่
- เปลี่ยนงาน และ ทำกิจกรรมต่างๆ ให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสบการณ์
- หาข้อมูลงานที่ตรงสายงานที่เรียน
- หัดขับรถในกรุงเทพให้คล่องเส้นทางและสอบใบขับขี่
สาม เขียนเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า
- สะสางงานประจำที่คั่งค้าง
- เรียนภาษาที่สาม เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น
- ขับรถไปทำงานด้วยตนเอง
- สะสางงานประจำที่คั่งค้าง
- เรียนภาษาที่สาม เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น
- ขับรถไปทำงานด้วยตนเอง
ข้อสังเกต แต่ละช่วงเป้าหมายระยะเวลา ระยะปานกลาง และระยะสั้นของสุดใจสอดคล้องกันทุกช่วง เป้าหมายเป็นรูปธรรม มีความหลากหลายของเป้าหมายน้อยไปบ้างตรงที่สุดใจให้ความสนใจเรื่องเรียน การงาน เป็นหลักให้ความสนใจครอบครัวบ้าง แต่ยังขาดการพักผ่อนและการดูแลตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมอื่นในชีวิต ที่สำคัญคือสุดใจเป็นผู้กำหนดเป้าหมายในชีวิตด้วยตนเอง และเป็นเป้าหมายในชีวิตทีเธอรู้สึกพอใจมากที่สุดในช่วงเวลาและวัยนี้ ซึ่งเป้าหมายในชีวิตที่ดีจะต้องมีความสอดคล้องกับพัฒนาการชีวิตด้วย
ต่อมา ให้นึกถึง หากเรามีเวลาจำกัดหรือต้องตายในเวลาที่กำหนด ให้เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จขณะที่เรายังมีชีวิตเหลืออยู่ : การตั้งเป้าหมายแบบนี้เป็นการตรวจสอบสิ่งที่ค้างอยู่ในใจที่ถ้าไม่ได้ทำแล้วจะรู้สึกผิด เสียใจ เสียดาย หรือไม่สบายใจทั้งปวง ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างเต็มที่
อีกครั้ง ดังตัวอย่างของสุดใจ
หนึ่ง เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จภายใน 5 ปี ที่เหลืออยู่
- มีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด
- ทำงานที่ตนเองชอบและให้เงินพ่อแม่ใช้
- ไปอยู่ประเทศอังกฤษกับน้องชาย 1 ปี เพราะเป็นประเทศที่อยากไปมาก
- มีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด
- ทำงานที่ตนเองชอบและให้เงินพ่อแม่ใช้
- ไปอยู่ประเทศอังกฤษกับน้องชาย 1 ปี เพราะเป็นประเทศที่อยากไปมาก
สอง เขียนเป้าหมายที่ต้องการให้ทำเสร็จภายใน 1 ปีที่เหลืออยู่
- สะสางงานที่ค้างและเขียนพินัยกรรม
- ให้เงินพ่อแม่จำนวน หนึ่งในสี่ของเงินทั้งหมด
- ทำบุญ ทำทาน ทำสมาธิ วิปัสสนา
- สะสางงานที่ค้างและเขียนพินัยกรรม
- ให้เงินพ่อแม่จำนวน หนึ่งในสี่ของเงินทั้งหมด
- ทำบุญ ทำทาน ทำสมาธิ วิปัสสนา
สาม เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จภายใน 6 เดือนที่เหลืออยู่ - อยู่กับพ่อแม่ พี่น้อง คนที่รักให้มากที่สุด
- ทำบุญ ถือศีล กินเจ
- สะสางงานที่ค้างในแต่ละวัน
- ทำบุญ ถือศีล กินเจ
- สะสางงานที่ค้างในแต่ละวัน
ข้อสังเกต เป้าหมายในชีวิตของสุดใจ ข้อที่ 1 เมื่อวานนี้ และข้อที่ 2 ในวันนี้ มีความแตกต่างกันกล่าวคือ เป้าหมายในชีวิตเมื่อชีวิตมีเวลาจำกัดทำให้สุดใจได้ไตร่ตรองในอีกมุมของชีวิตที่เขาให้ความสำคัญแล้วละเลยไปในช่วงเวลาปกติ เพราะคิดว่ายังมีเวลาเพียงพอ เช่น การได้ใช้เวลากับครอบครัวที่เธอรัก ได้ทำบุญ ทำทาน สมาธิวิปัสสนา และสะสางงานที่ค้างในแต่ละวัน
สุดท้าย ให้ทบทวนเป้าหมายในแง่ที่เป็นจริง ด้วยการรวมเป้าหมายในชีวิตยามเวลาไม่จำกัด และยามชีวิตมีเวลาจำกัดเข้าด้วยกัน เป้าหมายในชีวิตวันนี้จะเป็นผลจากการใคร่ครวญ ไตร่ตรองว่าความตั้งใจใดที่ชัดเจนและมีความสำคัญ มีความหมายมากพอสำหรับชีวิต
ดังตัวอย่างเป้าหมายของสุดใจ
หนึ่ง เป้าหมายระยะยาว ภายใน 5 ปี
- ทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท
- ให้เงินพ่อแม่จำนวนหนึ่งในสี่ของเงินเดือนทั้งหมด
- มีกิจกรรมพักผ่อนและสังคม เช่น ปลูกต้นไม้ ทำบุญ ฝึกสมาธิ วิปัสสนา
- ทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท
- ให้เงินพ่อแม่จำนวนหนึ่งในสี่ของเงินเดือนทั้งหมด
- มีกิจกรรมพักผ่อนและสังคม เช่น ปลูกต้นไม้ ทำบุญ ฝึกสมาธิ วิปัสสนา
สอง เป้าหมายระยะกลาง ภายใน 1 ปี - เตรียมข้อมูลการงานและสะสางงานที่ค้างไว้
- ไปพักผ่อนชายทะเลกับครอบครัว 1 สัปดาห์
- สอบใบขับขี่และขับรถยนต์มาทำงานเอง
- ไปพักผ่อนชายทะเลกับครอบครัว 1 สัปดาห์
- สอบใบขับขี่และขับรถยนต์มาทำงานเอง
สาม เป้าหมายระยะสั้น ภายใน 6 เดือน
- เตรียมตัวสมัครงานเพิ่ม
- หัดขับรถให้คล่องเส้นทางกรุงเทพ และ เขตรอบนอกกรุงเทพ
- ไปทำบุญกับครอบครัว
- เตรียมตัวสมัครงานเพิ่ม
- หัดขับรถให้คล่องเส้นทางกรุงเทพ และ เขตรอบนอกกรุงเทพ
- ไปทำบุญกับครอบครัว
ข้อสังเกต สุดใจได้ทบทวนเป้าหมายในชีวิตของตนเอง และปรับเป้าหมายให้ตรงกับความต้องการและเป็นจริง เป้าหมายในชีวิตเป็นไปได้และปฏิบัติได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับความเป็นจริง
มี คำกล่าวของวิกเตอร์ อี แฟรงค์ จิตแพทย์ชื่อดังชาวเวียนนา เกี่ยวกับเป้าหมายและความหมายในชีวิตไว้ว่า ...
“คนเราหากได้เลือกวิถีชีวิตของตนและรู้ว่าเขามีเป้าหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามีความหมายมากพอต่อชีวิตแล้ว เขาผู้นั้นจะยินดีฝ่าฟันความยากลำบาก และลงมือกระทำตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ให้สำเร็จลุล่วง
ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นสิ่งที่ยากเพียงใดก็ตาม”
ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นสิ่งที่ยากเพียงใดก็ตาม”
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.youthonlinecps.com
วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558
10 อาชีพยอดนิยมในอนาคต
10 อาชีพยอดนิยมในอนาคต
1. นักสื่อสารและงานผูกมิตร
หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นงานด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ อาชีพนี้ยังคงคิดอันดับหนึ่งในสิบของวิชาชีพที่คนรุ่นใหม่ใฝ่ฝันอยากเป็น ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว นักเขียน หรือนักประชาสัมพันธ์ ล้วนเป็นอาชีพที่ต้องทำงานด้านข่าวสาร ความเคลื่อนไหวเพื่อกระจายไปสู่คนหมู่มาก งานเหล่านี้จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน เรียกว่าไม่ซ้ำซากจำเจกับงานรูปแบบเดิมๆ เหมือนทุกวัน เราจึงไม่แปลกใจที่งานด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ต่างเป็นที่หมายปองของคนทั่วไป ชนิดที่ว่าเปิดรับสมัครเมื่อไหร่เป็นเต็มทันใจทุกที
2. หัวใจบริการคืองานของเรา
แม้ว่าทุกวันนี้งานบริการบนฟ้าอย่างการเป็นแอร์โฮสเตสและสจ๊วตยังคงมีหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ส่งใบสมัครกันไม่ขาดสาย แต่งานบริการก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ งานรูปแบบเดิมๆ โดยเฉพาะงานบริการด้านอาหาร อย่างการจัด Catering งานจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าเอเยนซี่โฆษณา ออร์แกไนเซอร์ ไปจนถึงงานเลี้ยงส่วนตัว เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ งานบริการรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่สนุก และท้าทาย ยิ่งเรื่องของอาหารด้วยแล้ว หากคุณมีความรู้และรู้จักที่จะดัดแปลงให้แปลกตา น่ามอง และน่าชิม รับรองว่า งานบริการอย่าง Catering จะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับคุณเลยทีเดียว
3. นักกิจกรรม สร้างสรรค์งานเก๋
นักจัดอีเวนท์เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากของคนยุคนี้ ทั้งในรูปแบบของบริษัทออร์แกไนเซอร์ รับจ้างจัดงานเปิดตัวสินค้า สถานที่ต่าง ๆ หรือจะเป็นในลักษณะของฟรีแลนซ์ รับวางแผนสร้างสรรค์ไอเดีย เก๋ๆ ไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมงาน และความพร้อมต่าง ๆ จนกระทั่งนับถอยหลัง 5 4 3 2 1 กันเลย และรูปแบบของงานประเภทนี้จึงเน้นไปในเรื่องของความคิดที่แปลกใหม่ และการทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลาและความทันสมัย ใครรู้ตัวว่ามีไอเดียกระฉูด และสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ ลองพิจารณาสาขาอาชีพนี้ดูหน่อยดีมั้ย
4. เนรนิตงานสวย ผ่านการดีไซน์
ใครรู้ตัวว่าเป็นคนช่างดีไซน์ รู้จักดัดแปลง สร้างสรรค์สิ่งของธรรมดาให้เป็นงานสวย ฝีมือดีได้ การมีอาชีพเป็นนักออกแบบถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเช่นกัน โดยเฉพาะงานออกแบบอัญมณี เครื่องประดับทั้งหลายที่เป็นของสวยงาม จัดได้ว่าเป็นความฝันอย่างหนึ่งของสาวๆ เลยก็ว่าได้ สำหรับอาชีพนักออกแบบ นอกจากต้องมีคุณสมบัติสร้างสรรค์งานได้เป็นอย่างดีแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือต้องมีความอดทน และมีสไตล์ของตัวเองที่ชัดเจน สิ่งนี้จะทำให้งานออกแบบของคุณมีความแตกต่างจากท้องตลาดในปัจจุบัน
5. งานไอที เพื่อชีวิตทันสมัย
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่สนใจไอที คงต้องบอกว่าเชยสุดๆ ใน พ.ศ.นี้ กันเลย แต่ถ้าคุณสนใจถึงขนาดที่ว่านำความรู้เหล่านั้นมาประกอบเป็นอาชีพได้ละก็ คุณก็โชคดีไม่น้อยทีเดียว เพราะยุคนี้ทุกสิ่งรอบตัวต่างดำเนินไปด้วยระบบดิจิตอลไปเสียหมด ดังนั้น อาชีพอย่างการเป็นโปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ นักจัดการวางแผนงานด้านคอมพิวเตอร์ เหล่านี้จงเป็นหนทางที่จะสร้างรายได้ที่ดีให้กับคุณ แถมยังดูอินเทรนด์เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่น่าจับตามองอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครรู้ตัวว่ามีหัวด้านไอทีก็อย่างรีรอ เร่งหาความรู้เพิ่มเติมแล้วร่อนใบสมัครอัพเกรดชีวิตด่วน
6. ช่างพูดช่างคุย ลุยงานตลอด
อาชีพนักขายและนักการตลาด ยังคงเป็นอาชีพฮอตฮิตในใจคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่อยู่เสมอ เพราะนอกจากรายได้ที่ดีเสียจนใครๆ ต้องอิจฉา เรื่องของลักษณะงานยังน่าสนใจไม่น้อย เรียกว่าสนุกเร้าใจ ยิ่งใครชอบการทำงานภายใต้ความกดดันจากคู่แข่ง งานนี้เหมาะกับคุณเลยค่ะ บุคลิกภาพที่โดดเดนของคนทำงานด้านนี้ต้องเป็นคนที่หน้าตาดี เรียกว่าเห็นแล้วต้องน่าคุยด้วย มีความฉลาด ไหวพริบเป็นเลิศ ช่างเจรจา และยังต้องทำงานอย่างหนัก ขยันในการติดต่อประสานงาน เหล่านี้คือการทำงานอย่างหนัก แต่ก็แลกมาด้วยรายได้ที่งดงามเสมอ เอาเป็นว่า คุณสมบัติที่ว่ามาหากตรงกับคุณมากกว่า 2 อย่างก็ลองเบนเข็มชีวิตมาลิ้มลองงานขายดูสักหน่อยก็ไม่เลวนะ
7. งานโฆษณา ลูกบ้าเต็มเหนี่ยว
การเป็นนักโฆษณาที่ดีและจะสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยความกล้า บ้าบิ่น โดยเฉพาะความบ้าทางด้านความคิด อย่างที่ใครๆ มักบอกให้คิดต่าง หรือคิดในมุมกลับกัน คนในแวดวงโฆษณามักมียีนชนิดนี้แฝงอยู่เสมอ เด็กจบใหม่จำนวนมากใฝ่ฝันอยากทำงานด้านนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่าความคิดต่างๆ ที่พวกเขาไม่ได้รับการยอมรับก่อนหน้านี้ สังคมอาจเปิดโอกาสให้พวกเขาบ้าง และเชื่อมั้ยว่านักโฆษณาหลายคนต่างต่อยอดให้ตัวเองจนกลายเป็นผู้กำกับดังมาแล้วหลายคน เพราะฉะนั้นถ้าเชื่อในลูกบ้าของตัวเองว่ามีเพียงพอแล้วละก็ ลองหันมามองอาชีพที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างนักโฆษรา แล้วคุณจะรู้ว่า อิสระทางความคิดสนุกแค่ไหน
8. เป็นนายตัวเอง เวิร์กสุด ๆ
ใครจะเถียงบ้างว่าไม่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เราเชื่อว่า ความฝันลึกๆ ในใจทุกคนคือการได้ทำงานให้ตัวเอง เพื่อตัวเองจริง ๆ ปัจจุบันเราจึงเห็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยๆ หลายคนโอกาสดีเพราะฐานะทางการเงินเอื้ออำนวย แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่อาศัยความกล้าได้กล้าเสีย ยอมลงทุนเงินก้อนที่เก็บหอมรอมริบมานาน เพื่อให้ธุรกิจที่รักเริ่มต้นขึ้นได้ คุณสมบัติใหม่ของคนที่อยากทำอาชีพนี้ให้สำเร็จคือต้องมีความรู้ในสิ่งที่ตัวเองทำให้มากที่สุด และที่ขาดไม่ได้เลยคือความขยัน อดทนมากกว่าการเป็นลูกน้องคนอื่น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การทำอาชีพเป็นเจ้านายตัวเองก็ได้รับความนิยมและมีคนจำนวนไม่น้อยยอมเสี่ยงเอาเงินเก็บทั้งชีวิตที่มี เพื่ออาชีพที่เรียกกันว่า “เจ้าของธุรกิจส่วนตัว”
9. เก่งเฉพาะด้านงานรายได้ดี
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นชื่อเรียกสำหรับอาชีพที่คนทั่วไปจะมาร่อนใบสมัครกันง่ายๆ ไม่ได้นะคะ อย่างแรกและสำคัญที่สุดคือคุณต้องเรียนวิชาเหล่านี้มาโดยตรงและมีความรู้เป็นอย่างดีเสียก่อน จึงจะสามารถทำงานได้ เพราะงานประเภทนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก เช่น แพทย์ พยาบาล ทนายความ วิศวกร นักบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ คุณต้องรับผิดชอบชีวิตและความปลอดภัยของคนเพราะฉะนั้นอาชีพนี้แม่จะรายได้ดี (ตลอดกาล) แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอาชีพอื่นเช่นกัน คนส่วนใหญ่ที่ทำงานด้านนี้มักจะมีความชัดเจนมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เพราะการเรียนในระดับปริญญาจะต้องมีการปูพื้นความรู้อย่างเต็มที่เสียก่อน และถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แบ้วอยากจะทำอาชีพเหล่านี้ดูบ้าง คงต้องบอกว่าสายไปเสียแล้วคะ แต่เอาเป็นว่าอาชีพเชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบนี้ มักจะไม่เคยตกอันดับ 10 อาชีพสุดฮอตตลอดกาลของคนบนโลกใบนี้แน่นอน
10. ฟรีแลนซ์ รูปแบบชีวิตอิสระ
ขาดไม่ได้แน่นอนกับอาชีพที่อินเทรนด์สุดๆ ของคนยุคปัจจุบัน กับการทำงานแบบอิสระ ไม่ขึ้นกับใคร งานที่ต้องรับจ้างเป็นชิ้น ๆ หรือที่เรียกกันถนัดปากว่า ฟรีแลนซ์ แรกๆ เราจะรู้จักอาชีพนี้จากคนทำงนในแวดวงแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นช่างทำผม เมกอัพอาร์ติสท์ ช่างภาพ และไม่นานกลุ่ม นักเขียนที่รับจ้างเขียนงานให้กับสำนักพิมพ์ต่างๆ ก็มีจำนวนมากขึ้น จนกระทั่งฟรีแลนซ์ได้แพร่กระจายไปสู่ทุกกลุ่มงาน ไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก นักออกแบบ ประชาสัมพันธ์ นักโฆษณา ขายสินค้าบนเว็บไซต์ แม้กระทั่งนักพยากรณ์ ฟรีแลนซ์จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากคนในสังคมไทยตอนนี้แม้รายได้ของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง แต่อิสระจากการทำงาน และอาชีพที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดัน ถือเป็นความสุขที่มากเกินพอสำหรับคนอาชีพนี้
ที่มา : www.women.kapook.com
แนะนำวิทยาลัยพยาบาลกองทัพ
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dek-d.com/board/view/3557222/
เพราะชีวิตของเราคือการเดินทาง...คนหลายคน มีทางเดินให้เลือกมากมายในชีวิต หากเรายังมีความฝัน “วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก” ขอเป็นอีกหนึ่งเส้นทางของน้องๆ อีกทางเลือกหนึ่งก้าวสู่วิชาชีพพยาบาล “เส้นทางสีขาว ดวงดาวสีทอง”...
ก่อนอื่นขอให้น้องๆ ค่อยๆมองพวกเราก่อนนะค่ะ เราคือ “พยาบาลทหารบก” แน่นอนต้องเป็นพยาบาลด้วย เป็นทหารด้วย (แบบ2in1) น้องๆหลายคนคงรู้จักพวกเราผ่านทางช่องทางต่างๆที่นำเสนอเรื่องราวของพวกเรา ทั้งจากอินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊ค และทางทีวีช่องห้า ปล. กระทู้นี้เป็นกระทู้สบายๆนะ ไม่เครียดๆนะ พี่เขียนกระทู้เป็นครั้งแรก ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะจ่ะ อ้าวเริ่มละนะ... ก่อนอื่นที่น้องจะเข้ามาเรียนที่นี้ได้ น้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า น้องอยากเป็นพยาบาลจริงๆใช่ไหม อยากเป็นพยาบาล หรืออยากเป็นทหารมากกว่ากัน ส่วนพี่นั่นหรอ ฮ่าๆๆ พี่ไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร ก็ปกติของเด็กแอดก็ดูมหาวิทยาลัยไปเรื่อยๆ แล้ววันนั้นเป็นวันที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกเปิดรับสมัครเป็นวันแรกพอดี พี่เลยสมัครดูและพี่ก็สอบติดแบบงงๆ แบบที่ไม่รู้เลยว่าที่นี้เค้าเรียนยังไง เค้าอยู่กันอย่างไร แตกต่างจากที่อื่นตรงไหน....พี่ไม่เคยรู้เลย TT^TT
มีสาระ...การรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกจะเปิดรับบุคคลพลเรือนเข้าศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ( 4 ปี) มีนักเรียน 2 ประเภท แต่ก็ลักษณะภายนอกก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน แบ่งเป็น ทุนกองทัพบก รับจำนวน 20 คน ( รับเฉพาะเพศหญิง ) และก็ทุนส่วนตัว รับจำนวน 65 คน รับทั้งเพศหญิงและเพศชาย (สำหรับเพศชายไม่เกิน 10 คน) รวม85 คน (แต่แล้วแต่ปีการศึกษาและนโยบายของกองทัพอีกทีนะค่ะ) แต่ทุน ทบ.จบมาจะได้รับการบรรจุเป็นทหารยศสัญญาบัตร เป็น ร้อยตรีหญิง ได้เรียนฟรี มีเงินเดือนเดือนละ 3,000 บาท มีเบี้ยเลี้ยง ส่วนทุนส่วนตัวนั้นก็ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ไม่มีข้อผูกมัด แต่ถ้าทางราชการต้องการเพิ่มสามารถบรรจุได้ แต่ที่ผ่านมาทุกปี ก็ได้บรรจุหมดทุกรุ่น ทุกคนนะจ้ะ
คุณสมบัติของผู้สมัคร น้องๆต้องจบการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์ สอบโอเน็ตหรือ 7 วิชาสามัญก็ได้ในปีที่น้องสมัคร โดยคะแนนวิชาคณิตศาสตร์,ภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์ ไม่ต่ำกว่าวิชาละ 30 คะแนน และน้องๆต้องสอบ GAT ทั้งวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และก็ความถนัดวิชาวิทยาศาสตร์ หรือ PAT 2 นะค่ะ แล้วเด็กซิ่วละค่ะสมัครได้ไหม สมัครได้สิค่ะ ขอแค่น้อง โสด (สวยนิดหน่อยก็พอ) อายุ 18-25 ปีบริบูรณ์ พ่อแม่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ถ้าพ่อหรือแม่ของน้องเป็นนายทหารสัญญาบัตร(ร้อยตรีขึ้นไป) พ่อหรือแม่จะไม่ใช่ผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้ และที่สำคัญ....แต่ไม่ถึงที่สุด...คือ “หุ่น” คือ น้องต้องมีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัม มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 155 เซนติเมตรนะจ้ะ เกินได้แต่ห้ามขาด
จบที่นี้ “วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก” แตกต่างจากที่วิทยาลัยพยาบาลที่อื่น มหาลัยอื่นอย่างไร? คำตอบคือ...ที่นี้คือเส้นทางสู่วิชาชีพพยาบาลและนายทหารสัญญาบัตร เมื่อจบแล้วน้องจากจะได้ติดยศเป็นว่าที่ร้อยตรีหญิงแล้ว วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเป็นวิทยาลัยสมทบกับมหาวิทยาลัยมหิดล ดังนั้นเมื่อเราจบการศึกษาเราก็จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรหลักสูตรพยาบาลศาตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล
น้องๆ คนไหนที่อยากจะเข้ามาเรียนที่นี่ ก็พยายามเข้านะคะ พี่ๆ เอาใจช่วย
เรามาเป็นครอบครัวเดียวกัน
ส่วนถ้าสงสัยอะไรก็ถามได้นะคะ โพสคำถามไว้เลยก็ได้ หรือสามารถสอบถามได้ที่....
แฟนเพจ : Army Nurse Fanclub
Youtube ภาพสวยๆ เราก็มีค่ะ จิ้มๆเลยhttps://www.youtube.com/watch?v=V5K9QHAV278
- เส้นทางสู่วิชาชีพพยาบาลและนายทหารสัญญาบัตร
- เราพร้อมทุกสถานการณ์
- ปีหนึ่งมีเรียนวิชาทหาร ไปใช้ชีวิตอยู่ในป่า
- ครบรอบ ๕๒ ปี เราอยู่ได้เพราะคำว่า "คุณภาพ"
- พี่โบว์จัง รุ่น ๔๗ สวย ใจดี ค่ะ
- พยาบาล
- เครื่องแบบสวยสง่า และมีเกียรติทุกชุดค่ะ
- หอชาย ก็มีนะค่ะ
- พี่มุก รุ่น ๕๐ สวย น่ารัก เสียงหวาน
- พี่มิ้น รุ่น ๕๐
- อ้างถึงพี่พอยใส กับ พี่ป๋อ รุ่น ๕๐
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)