วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

"เป้าหมายในชีวิต...ของคุณคืออะไร"

บทความโดย : รศ.ดร.อรัญญา ตุ้ยคำภีร์
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
            10 มิถุนายน 2557
     หนังสือ Self Help เล่มหนึ่งได้เขียนบรรยายถึงฉากสนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง ชายผู้เป็นพ่อนั่งเกาะขอบสนามฟุตบอล ในขณะที่ลูกชายของเขากำลังอยู่ในสนามแข่งขันและได้ครองลูกบอลอยู่บริเวณหน้าประตู
      “ยิงเลย โจ ยิงเลย !!!” 
ผู้คนรอบสนาม รวมทั้งผู้เป็นพ่อตะโกนเชียร์เสียงดังลั่น แต่โจกลับผ่านลูกไปให้เพื่อนเป็นผู้ยิงแทนเขา โจผ่านลูกที่ตนเองน่าจะเป็นผู้ยิงหลายต่อหลายครั้ง หลังการแข่งขันสิ้นสุดลง ผู้เป็นพ่อได้ถามโค้ชว่า
      “โจ ฝีมือยิงลูกบอลไม่ดีเลยหรือครับ
โค้ช ตอบว่า
      “โจฝีมือดีทีเดียว...ที่เขาไม่ยิงลูก ผมคิดว่าคงเป็นเพราะเขากลัวจะยิงพลาดมากกว่าครับ
      หลายครั้งคนเราไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม ได้ใช้ชีวิตบนความกลัว กลัวที่จะผิดพลาดเหมือนกับโจ กล่าวคือไม่กล้าที่จะตั้งเป้าหมายในชีวิต ไม่กล้าที่จะคาดหวังใดๆ เกี่ยวกับชีวิตในวันข้างหน้าของตนเอง ด้วยเหตุผลหลักประการเดียวคือ..."กลัวว่าจะล้มเหลว หรือกลัวว่าจะไปไม่ถึงฝัน" Cry
ความกลัวนี้มักทำให้คนจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตแต่ละวันไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่มีความกระฉับกระเฉง ไม่มีชีวิติชีวา และที่สำคัญอย่างไม่ได้รู้ว่ามีคุณค่าอะไร ไร้พลัง เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย หรือที่เรียกว่า “การใช้ชีวิตอย่างไม่มีเป้าหมาย” นั่นเอง

รู้จัก...เป้าหมายในชีวิต 
      เป้าหมายในชีวิตของคนๆ หนึ่ง คือ สิ่งที่คนๆ นั้นให้ความหมาย ให้ความสำคัญ และอยากให้สิ่งๆ นั้นเกิดขึ้นในชีวิตของเขา หลายครั้งเป้าหมายในชีวิตทำหน้าที่เหมือนขั้วแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ดึงดูดคนเราให้ลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น คนที่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรบ้าง รู้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เพื่อใคร และเพื่อที่จะทำอะไร 
      คำถามที่มักพบคือ เพราะเหตุใดคนเราจึงมีปัญหาในการตระหนักถึงเป้าหมายในชีวิตของตน แม้ว่าจะอยู่ในวิสัยที่ทำได้ แต่ก็ไม่ได้ทำ หรือว่าเรายุ่งเกินไป หรือเรามีเรื่องรกใจ หรือมีอะไรต้องทำมากมายเกินไป จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไปตามผู้คนแวดล้อมบอกให้ทำ หรือตามสังคมบอกว่าดี โดยไม่รู้ตัวว่าตนเองต้องการอะไร หรือปล่อยให้เรื่องที่เคยต้องการจะทำหลายเรื่องผ่านไป เพราะสาเหตุว่าเรามีเป้าหมายในชีวิตไม่ชัดเจน
      คำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ สิ่งที่คนเราตั้งใจทำอาจจะไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาก็ได้ จริงอยู่คนเรานึกได้ว่าต้องทำโน่นต้องทำนี่ นั่นคือการมีความตั้งใจ แต่ความตั้งใจไม่ใช่เป้าหมายของชีวิต ความตั้งใจคือการที่เราตกลงใจว่าจะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด แต่เป้าหมายในชีวิตจะเป็นการตั้งทิศทางที่มุ่งไปสู่บางสิ่งที่คนเราเห็นว่าสำคัญหรือมีความหมายต่อเขา เป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเลือกความเป็นไปได้ต่างๆ และนำไปสู่การกระทำกิจกรรมต่างๆในชีวิต
แน่นอนว่าเป้าหมายในชีวิตทุกข้อจะเริ่มขึ้นจากความตั้งใจก่อนเสมอ
วิธีการ..ตั้งเป้าหมายในชีวิต
      ง่ายที่สุด เราสามารถเริ่มต้นด้วยนึกถึงเป้าหมายในปัจจุบัน โดยเวลา 2 นาที “ให้นึกถึงสิ่งที่ต้องการหรือปรารถนาจะให้เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเอง” แล้วเขียนลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าตั้งใจมุ่งไปเรื่องใดและอย่างไร ดูตัวอย่างของ เป้าหมายของสุดใจ
      หนึ่ง เป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 5 ปีข้างหน้า
              - ทำงานทำเงินเดือน 150,000 บาท ขึ้นไป
              - มีเงินเก็บไว้ซื้อบ้านของตนเอง
              - ไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว
      สอง เขียนเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 1 ปีข้างหน้า
              - เปลี่ยนงาน และ ทำกิจกรรมต่างๆ ให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสบการณ์
              - หาข้อมูลงานที่ตรงสายงานที่เรียน
              - หัดขับรถในกรุงเทพให้คล่องเส้นทางและสอบใบขับขี่
      สาม เขียนเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า
              - สะสางงานประจำที่คั่งค้าง
              - เรียนภาษาที่สาม เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น
              - ขับรถไปทำงานด้วยตนเอง
      ข้อสังเกต แต่ละช่วงเป้าหมายระยะเวลา ระยะปานกลาง และระยะสั้นของสุดใจสอดคล้องกันทุกช่วง เป้าหมายเป็นรูปธรรม มีความหลากหลายของเป้าหมายน้อยไปบ้างตรงที่สุดใจให้ความสนใจเรื่องเรียน การงาน เป็นหลักให้ความสนใจครอบครัวบ้าง แต่ยังขาดการพักผ่อนและการดูแลตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมอื่นในชีวิต ที่สำคัญคือสุดใจเป็นผู้กำหนดเป้าหมายในชีวิตด้วยตนเอง และเป็นเป้าหมายในชีวิตทีเธอรู้สึกพอใจมากที่สุดในช่วงเวลาและวัยนี้ ซึ่งเป้าหมายในชีวิตที่ดีจะต้องมีความสอดคล้องกับพัฒนาการชีวิตด้วย
      ต่อมา ให้นึกถึง หากเรามีเวลาจำกัดหรือต้องตายในเวลาที่กำหนด ให้เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จขณะที่เรายังมีชีวิตเหลืออยู่ : การตั้งเป้าหมายแบบนี้เป็นการตรวจสอบสิ่งที่ค้างอยู่ในใจที่ถ้าไม่ได้ทำแล้วจะรู้สึกผิด เสียใจ เสียดาย  หรือไม่สบายใจทั้งปวง ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างเต็มที่ 
      อีกครั้ง  ดังตัวอย่างของสุดใจ
      หนึ่ง เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จภายใน 5 ปี ที่เหลืออยู่
             - มีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด
             - ทำงานที่ตนเองชอบและให้เงินพ่อแม่ใช้
             - ไปอยู่ประเทศอังกฤษกับน้องชาย 1 ปี เพราะเป็นประเทศที่อยากไปมาก
      สอง เขียนเป้าหมายที่ต้องการให้ทำเสร็จภายใน 1 ปีที่เหลืออยู่
             - สะสางงานที่ค้างและเขียนพินัยกรรม
             - ให้เงินพ่อแม่จำนวน หนึ่งในสี่ของเงินทั้งหมด
             - ทำบุญ ทำทาน ทำสมาธิ วิปัสสนา
      สาม เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จภายใน 6 เดือนที่เหลืออยู่              - อยู่กับพ่อแม่ พี่น้อง คนที่รักให้มากที่สุด
              - ทำบุญ ถือศีล กินเจ
              - สะสางงานที่ค้างในแต่ละวัน
     ข้อสังเกต เป้าหมายในชีวิตของสุดใจ ข้อที่ 1 เมื่อวานนี้ และข้อที่ 2 ในวันนี้ มีความแตกต่างกันกล่าวคือ เป้าหมายในชีวิตเมื่อชีวิตมีเวลาจำกัดทำให้สุดใจได้ไตร่ตรองในอีกมุมของชีวิตที่เขาให้ความสำคัญแล้วละเลยไปในช่วงเวลาปกติ เพราะคิดว่ายังมีเวลาเพียงพอ เช่น การได้ใช้เวลากับครอบครัวที่เธอรัก ได้ทำบุญ ทำทาน สมาธิวิปัสสนา และสะสางงานที่ค้างในแต่ละวัน
      สุดท้าย ให้ทบทวนเป้าหมายในแง่ที่เป็นจริง ด้วยการรวมเป้าหมายในชีวิตยามเวลาไม่จำกัด และยามชีวิตมีเวลาจำกัดเข้าด้วยกัน เป้าหมายในชีวิตวันนี้จะเป็นผลจากการใคร่ครวญ ไตร่ตรองว่าความตั้งใจใดที่ชัดเจนและมีความสำคัญ มีความหมายมากพอสำหรับชีวิต
      ดังตัวอย่างเป้าหมายของสุดใจ
      หนึ่ง เป้าหมายระยะยาว ภายใน 5 ปี
             - ทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท
             - ให้เงินพ่อแม่จำนวนหนึ่งในสี่ของเงินเดือนทั้งหมด
             - มีกิจกรรมพักผ่อนและสังคม  เช่น ปลูกต้นไม้ ทำบุญ ฝึกสมาธิ วิปัสสนา
      สอง เป้าหมายระยะกลาง ภายใน 1 ปี             - เตรียมข้อมูลการงานและสะสางงานที่ค้างไว้
             - ไปพักผ่อนชายทะเลกับครอบครัว 1 สัปดาห์
             - สอบใบขับขี่และขับรถยนต์มาทำงานเอง
      สาม เป้าหมายระยะสั้น ภายใน 6 เดือน
             - เตรียมตัวสมัครงานเพิ่ม
             - หัดขับรถให้คล่องเส้นทางกรุงเทพ และ เขตรอบนอกกรุงเทพ
             - ไปทำบุญกับครอบครัว
      ข้อสังเกต สุดใจได้ทบทวนเป้าหมายในชีวิตของตนเอง และปรับเป้าหมายให้ตรงกับความต้องการและเป็นจริง เป้าหมายในชีวิตเป็นไปได้และปฏิบัติได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับความเป็นจริง
      มี คำกล่าวของวิกเตอร์ อี แฟรงค์  จิตแพทย์ชื่อดังชาวเวียนนา เกี่ยวกับเป้าหมายและความหมายในชีวิตไว้ว่า ... 
คนเราหากได้เลือกวิถีชีวิตของตนและรู้ว่าเขามีเป้าหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามีความหมายมากพอต่อชีวิตแล้ว เขาผู้นั้นจะยินดีฝ่าฟันความยากลำบาก และลงมือกระทำตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ให้สำเร็จลุล่วง
ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นสิ่งที่ยากเพียงใดก็ตาม
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.youthonlinecps.com

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

10 อาชีพยอดนิยมในอนาคต

10  อาชีพยอดนิยมในอนาคต
1.  นักสื่อสารและงานผูกมิตร
หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นงานด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์  อาชีพนี้ยังคงคิดอันดับหนึ่งในสิบของวิชาชีพที่คนรุ่นใหม่ใฝ่ฝันอยากเป็น  ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว  นักเขียน  หรือนักประชาสัมพันธ์  ล้วนเป็นอาชีพที่ต้องทำงานด้านข่าวสาร  ความเคลื่อนไหวเพื่อกระจายไปสู่คนหมู่มาก  งานเหล่านี้จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น  สนุกสนาน  เรียกว่าไม่ซ้ำซากจำเจกับงานรูปแบบเดิมๆ  เหมือนทุกวัน  เราจึงไม่แปลกใจที่งานด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ต่างเป็นที่หมายปองของคนทั่วไป  ชนิดที่ว่าเปิดรับสมัครเมื่อไหร่เป็นเต็มทันใจทุกที

2.  หัวใจบริการคืองานของเรา
แม้ว่าทุกวันนี้งานบริการบนฟ้าอย่างการเป็นแอร์โฮสเตสและสจ๊วตยังคงมีหนุ่มสาวรุ่นใหม่  ส่งใบสมัครกันไม่ขาดสาย  แต่งานบริการก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่  งานรูปแบบเดิมๆ  โดยเฉพาะงานบริการด้านอาหาร  อย่างการจัด Catering  งานจัดเลี้ยงนอกสถานที่  ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าเอเยนซี่โฆษณา  ออร์แกไนเซอร์  ไปจนถึงงานเลี้ยงส่วนตัว  เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่   งานบริการรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่สนุก  และท้าทาย  ยิ่งเรื่องของอาหารด้วยแล้ว  หากคุณมีความรู้และรู้จักที่จะดัดแปลงให้แปลกตา  น่ามอง  และน่าชิม  รับรองว่า งานบริการอย่าง Catering  จะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับคุณเลยทีเดียว

3.  นักกิจกรรม  สร้างสรรค์งานเก๋
นักจัดอีเวนท์เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากของคนยุคนี้  ทั้งในรูปแบบของบริษัทออร์แกไนเซอร์  รับจ้างจัดงานเปิดตัวสินค้า  สถานที่ต่าง ๆ หรือจะเป็นในลักษณะของฟรีแลนซ์  รับวางแผนสร้างสรรค์ไอเดีย  เก๋ๆ ไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมงาน  และความพร้อมต่าง ๆ  จนกระทั่งนับถอยหลัง 5 4 3 2 1  กันเลย  และรูปแบบของงานประเภทนี้จึงเน้นไปในเรื่องของความคิดที่แปลกใหม่  และการทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลาและความทันสมัย  ใครรู้ตัวว่ามีไอเดียกระฉูด และสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ  ลองพิจารณาสาขาอาชีพนี้ดูหน่อยดีมั้ย

4.  เนรนิตงานสวย  ผ่านการดีไซน์
ใครรู้ตัวว่าเป็นคนช่างดีไซน์  รู้จักดัดแปลง  สร้างสรรค์สิ่งของธรรมดาให้เป็นงานสวย  ฝีมือดีได้  การมีอาชีพเป็นนักออกแบบถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเช่นกัน  โดยเฉพาะงานออกแบบอัญมณี  เครื่องประดับทั้งหลายที่เป็นของสวยงาม  จัดได้ว่าเป็นความฝันอย่างหนึ่งของสาวๆ เลยก็ว่าได้  สำหรับอาชีพนักออกแบบ  นอกจากต้องมีคุณสมบัติสร้างสรรค์งานได้เป็นอย่างดีแล้ว  อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือต้องมีความอดทน  และมีสไตล์ของตัวเองที่ชัดเจน  สิ่งนี้จะทำให้งานออกแบบของคุณมีความแตกต่างจากท้องตลาดในปัจจุบัน

5.  งานไอที  เพื่อชีวิตทันสมัย
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่สนใจไอที  คงต้องบอกว่าเชยสุดๆ  ใน พ.ศ.นี้  กันเลย  แต่ถ้าคุณสนใจถึงขนาดที่ว่านำความรู้เหล่านั้นมาประกอบเป็นอาชีพได้ละก็  คุณก็โชคดีไม่น้อยทีเดียว  เพราะยุคนี้ทุกสิ่งรอบตัวต่างดำเนินไปด้วยระบบดิจิตอลไปเสียหมด  ดังนั้น  อาชีพอย่างการเป็นโปรแกรมเมอร์  นักวิเคราะห์ระบบ  นักจัดการวางแผนงานด้านคอมพิวเตอร์  เหล่านี้จงเป็นหนทางที่จะสร้างรายได้ที่ดีให้กับคุณ  แถมยังดูอินเทรนด์เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่น่าจับตามองอีกด้วย  เพราะฉะนั้นใครรู้ตัวว่ามีหัวด้านไอทีก็อย่างรีรอ  เร่งหาความรู้เพิ่มเติมแล้วร่อนใบสมัครอัพเกรดชีวิตด่วน

6.  ช่างพูดช่างคุย  ลุยงานตลอด
อาชีพนักขายและนักการตลาด  ยังคงเป็นอาชีพฮอตฮิตในใจคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่อยู่เสมอ  เพราะนอกจากรายได้ที่ดีเสียจนใครๆ  ต้องอิจฉา   เรื่องของลักษณะงานยังน่าสนใจไม่น้อย  เรียกว่าสนุกเร้าใจ  ยิ่งใครชอบการทำงานภายใต้ความกดดันจากคู่แข่ง  งานนี้เหมาะกับคุณเลยค่ะ  บุคลิกภาพที่โดดเดนของคนทำงานด้านนี้ต้องเป็นคนที่หน้าตาดี  เรียกว่าเห็นแล้วต้องน่าคุยด้วย  มีความฉลาด  ไหวพริบเป็นเลิศ  ช่างเจรจา  และยังต้องทำงานอย่างหนัก  ขยันในการติดต่อประสานงาน  เหล่านี้คือการทำงานอย่างหนัก  แต่ก็แลกมาด้วยรายได้ที่งดงามเสมอ  เอาเป็นว่า  คุณสมบัติที่ว่ามาหากตรงกับคุณมากกว่า 2 อย่างก็ลองเบนเข็มชีวิตมาลิ้มลองงานขายดูสักหน่อยก็ไม่เลวนะ

7.  งานโฆษณา  ลูกบ้าเต็มเหนี่ยว
การเป็นนักโฆษณาที่ดีและจะสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว  ต้องอาศัยความกล้า  บ้าบิ่น  โดยเฉพาะความบ้าทางด้านความคิด  อย่างที่ใครๆ มักบอกให้คิดต่าง  หรือคิดในมุมกลับกัน  คนในแวดวงโฆษณามักมียีนชนิดนี้แฝงอยู่เสมอ  เด็กจบใหม่จำนวนมากใฝ่ฝันอยากทำงานด้านนี้  ด้วยความเชื่อที่ว่าความคิดต่างๆ ที่พวกเขาไม่ได้รับการยอมรับก่อนหน้านี้  สังคมอาจเปิดโอกาสให้พวกเขาบ้าง  และเชื่อมั้ยว่านักโฆษณาหลายคนต่างต่อยอดให้ตัวเองจนกลายเป็นผู้กำกับดังมาแล้วหลายคน  เพราะฉะนั้นถ้าเชื่อในลูกบ้าของตัวเองว่ามีเพียงพอแล้วละก็  ลองหันมามองอาชีพที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างนักโฆษรา  แล้วคุณจะรู้ว่า  อิสระทางความคิดสนุกแค่ไหน

8.  เป็นนายตัวเอง  เวิร์กสุด ๆ
ใครจะเถียงบ้างว่าไม่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง  เราเชื่อว่า  ความฝันลึกๆ  ในใจทุกคนคือการได้ทำงานให้ตัวเอง  เพื่อตัวเองจริง ๆ  ปัจจุบันเราจึงเห็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยๆ  หลายคนโอกาสดีเพราะฐานะทางการเงินเอื้ออำนวย  แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่อาศัยความกล้าได้กล้าเสีย  ยอมลงทุนเงินก้อนที่เก็บหอมรอมริบมานาน  เพื่อให้ธุรกิจที่รักเริ่มต้นขึ้นได้  คุณสมบัติใหม่ของคนที่อยากทำอาชีพนี้ให้สำเร็จคือต้องมีความรู้ในสิ่งที่ตัวเองทำให้มากที่สุด  และที่ขาดไม่ได้เลยคือความขยัน  อดทนมากกว่าการเป็นลูกน้องคนอื่น  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม  การทำอาชีพเป็นเจ้านายตัวเองก็ได้รับความนิยมและมีคนจำนวนไม่น้อยยอมเสี่ยงเอาเงินเก็บทั้งชีวิตที่มี  เพื่ออาชีพที่เรียกกันว่า  “เจ้าของธุรกิจส่วนตัว”

9.  เก่งเฉพาะด้านงานรายได้ดี
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง  เป็นชื่อเรียกสำหรับอาชีพที่คนทั่วไปจะมาร่อนใบสมัครกันง่ายๆ  ไม่ได้นะคะ  อย่างแรกและสำคัญที่สุดคือคุณต้องเรียนวิชาเหล่านี้มาโดยตรงและมีความรู้เป็นอย่างดีเสียก่อน  จึงจะสามารถทำงานได้  เพราะงานประเภทนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก เช่น  แพทย์  พยาบาล  ทนายความ  วิศวกร  นักบิน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์  คุณต้องรับผิดชอบชีวิตและความปลอดภัยของคนเพราะฉะนั้นอาชีพนี้แม่จะรายได้ดี (ตลอดกาล)  แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอาชีพอื่นเช่นกัน  คนส่วนใหญ่ที่ทำงานด้านนี้มักจะมีความชัดเจนมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม  เพราะการเรียนในระดับปริญญาจะต้องมีการปูพื้นความรู้อย่างเต็มที่เสียก่อน  และถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แบ้วอยากจะทำอาชีพเหล่านี้ดูบ้าง  คงต้องบอกว่าสายไปเสียแล้วคะ  แต่เอาเป็นว่าอาชีพเชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบนี้  มักจะไม่เคยตกอันดับ  10  อาชีพสุดฮอตตลอดกาลของคนบนโลกใบนี้แน่นอน

10.  ฟรีแลนซ์  รูปแบบชีวิตอิสระ
ขาดไม่ได้แน่นอนกับอาชีพที่อินเทรนด์สุดๆ  ของคนยุคปัจจุบัน  กับการทำงานแบบอิสระ  ไม่ขึ้นกับใคร  งานที่ต้องรับจ้างเป็นชิ้น ๆ หรือที่เรียกกันถนัดปากว่า  ฟรีแลนซ์  แรกๆ  เราจะรู้จักอาชีพนี้จากคนทำงนในแวดวงแฟชั่น  ไม่ว่าจะเป็นช่างทำผม  เมกอัพอาร์ติสท์  ช่างภาพ  และไม่นานกลุ่ม  นักเขียนที่รับจ้างเขียนงานให้กับสำนักพิมพ์ต่างๆ  ก็มีจำนวนมากขึ้น จนกระทั่งฟรีแลนซ์ได้แพร่กระจายไปสู่ทุกกลุ่มงาน  ไม่ว่าจะเป็น  สถาปนิก  นักออกแบบ  ประชาสัมพันธ์  นักโฆษณา  ขายสินค้าบนเว็บไซต์  แม้กระทั่งนักพยากรณ์  ฟรีแลนซ์จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากคนในสังคมไทยตอนนี้แม้รายได้ของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง  แต่อิสระจากการทำงาน  และอาชีพที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดัน  ถือเป็นความสุขที่มากเกินพอสำหรับคนอาชีพนี้

ที่มา : www.women.kapook.com

แนะนำวิทยาลัยพยาบาลกองทัพ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dek-d.com/board/view/3557222/

เพราะชีวิตของเราคือการเดินทาง...คนหลายคน มีทางเดินให้เลือกมากมายในชีวิต หากเรายังมีความฝัน “วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก” ขอเป็นอีกหนึ่งเส้นทางของน้องๆ อีกทางเลือกหนึ่งก้าวสู่วิชาชีพพยาบาล “เส้นทางสีขาว ดวงดาวสีทอง”...

ก่อนอื่นขอให้น้องๆ ค่อยๆมองพวกเราก่อนนะค่ะ เราคือ “พยาบาลทหารบก” แน่นอนต้องเป็นพยาบาลด้วย เป็นทหารด้วย (แบบ2in1) น้องๆหลายคนคงรู้จักพวกเราผ่านทางช่องทางต่างๆที่นำเสนอเรื่องราวของพวกเรา ทั้งจากอินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊ค และทางทีวีช่องห้า ปล. กระทู้นี้เป็นกระทู้สบายๆนะ ไม่เครียดๆนะ พี่เขียนกระทู้เป็นครั้งแรก ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะจ่ะ  อ้าวเริ่มละนะ... ก่อนอื่นที่น้องจะเข้ามาเรียนที่นี้ได้ น้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า น้องอยากเป็นพยาบาลจริงๆใช่ไหม อยากเป็นพยาบาล หรืออยากเป็นทหารมากกว่ากัน ส่วนพี่นั่นหรอ ฮ่าๆๆ พี่ไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร ก็ปกติของเด็กแอดก็ดูมหาวิทยาลัยไปเรื่อยๆ แล้ววันนั้นเป็นวันที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกเปิดรับสมัครเป็นวันแรกพอดี พี่เลยสมัครดูและพี่ก็สอบติดแบบงงๆ แบบที่ไม่รู้เลยว่าที่นี้เค้าเรียนยังไง เค้าอยู่กันอย่างไร แตกต่างจากที่อื่นตรงไหน....พี่ไม่เคยรู้เลย TT^TT
มีสาระ...การรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกจะเปิดรับบุคคลพลเรือนเข้าศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ( 4 ปี) มีนักเรียน ประเภท แต่ก็ลักษณะภายนอกก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน แบ่งเป็น ทุนกองทัพบก รับจำนวน 20 คน ( รับเฉพาะเพศหญิง ) และก็ทุนส่วนตัว รับจำนวน 65 คน รับทั้งเพศหญิงและเพศชาย (สำหรับเพศชายไม่เกิน 10 คน) รวม85 คน (แต่แล้วแต่ปีการศึกษาและนโยบายของกองทัพอีกทีนะค่ะ) แต่ทุน ทบ.จบมาจะได้รับการบรรจุเป็นทหารยศสัญญาบัตร เป็น ร้อยตรีหญิง ได้เรียนฟรี มีเงินเดือนเดือนละ 3,000 บาท มีเบี้ยเลี้ยง ส่วนทุนส่วนตัวนั้นก็ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ไม่มีข้อผูกมัด แต่ถ้าทางราชการต้องการเพิ่มสามารถบรรจุได้  แต่ที่ผ่านมาทุกปี ก็ได้บรรจุหมดทุกรุ่น ทุกคนนะจ้ะ
คุณสมบัติของผู้สมัคร น้องๆต้องจบการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์ สอบโอเน็ตหรือ วิชาสามัญก็ได้ในปีที่น้องสมัคร โดยคะแนนวิชาคณิตศาสตร์,ภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์ ไม่ต่ำกว่าวิชาละ 30 คะแนน และน้องๆต้องสอบ GAT ทั้งวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และก็ความถนัดวิชาวิทยาศาสตร์ หรือ PAT 2 นะค่ะ แล้วเด็กซิ่วละค่ะสมัครได้ไหม  สมัครได้สิค่ะ ขอแค่น้อง โสด (สวยนิดหน่อยก็พอ) อายุ 18-25 ปีบริบูรณ์ พ่อแม่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ถ้าพ่อหรือแม่ของน้องเป็นนายทหารสัญญาบัตร(ร้อยตรีขึ้นไป) พ่อหรือแม่จะไม่ใช่ผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้ และที่สำคัญ....แต่ไม่ถึงที่สุด...คือ “หุ่น” คือ น้องต้องมีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัม มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 155 เซนติเมตรนะจ้ะ เกินได้แต่ห้ามขาด
จบที่นี้ “วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก” แตกต่างจากที่วิทยาลัยพยาบาลที่อื่น มหาลัยอื่นอย่างไร? คำตอบคือ...ที่นี้คือเส้นทางสู่วิชาชีพพยาบาลและนายทหารสัญญาบัตร เมื่อจบแล้วน้องจากจะได้ติดยศเป็นว่าที่ร้อยตรีหญิงแล้ว วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเป็นวิทยาลัยสมทบกับมหาวิทยาลัยมหิดล ดังนั้นเมื่อเราจบการศึกษาเราก็จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรหลักสูตรพยาบาลศาตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล

น้องๆ คนไหนที่อยากจะเข้ามาเรียนที่นี่ ก็พยายามเข้านะคะ พี่ๆ เอาใจช่วย
เรามาเป็นครอบครัวเดียวกัน
ส่วนถ้าสงสัยอะไรก็ถามได้นะคะ โพสคำถามไว้เลยก็ได้ หรือสามารถสอบถามได้ที่....
แฟนเพจ : Army Nurse Fanclub
Youtube ภาพสวยๆ เราก็มีค่ะ จิ้มๆเลยhttps://www.youtube.com/watch?v=V5K9QHAV278