วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558
"เป้าหมายในชีวิต...ของคุณคืออะไร"
บทความโดย : รศ.ดร.อรัญญา ตุ้ยคำภีร์
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10 มิถุนายน 2557
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10 มิถุนายน 2557
หนังสือ Self Help เล่มหนึ่งได้เขียนบรรยายถึงฉากสนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง ชายผู้เป็นพ่อนั่งเกาะขอบสนามฟุตบอล ในขณะที่ลูกชายของเขากำลังอยู่ในสนามแข่งขันและได้ครองลูกบอลอยู่บริเวณหน้าประตู
“ยิงเลย โจ ยิงเลย !!!”
ผู้คนรอบสนาม รวมทั้งผู้เป็นพ่อตะโกนเชียร์เสียงดังลั่น แต่โจกลับผ่านลูกไปให้เพื่อนเป็นผู้ยิงแทนเขา โจผ่านลูกที่ตนเองน่าจะเป็นผู้ยิงหลายต่อหลายครั้ง หลังการแข่งขันสิ้นสุดลง ผู้เป็นพ่อได้ถามโค้ชว่า
“โจ ฝีมือยิงลูกบอลไม่ดีเลยหรือครับ”
โค้ช ตอบว่า
“โจฝีมือดีทีเดียว...ที่เขาไม่ยิงลูก ผมคิดว่าคงเป็นเพราะเขากลัวจะยิงพลาดมากกว่าครับ”
หลายครั้งคนเราไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม ได้ใช้ชีวิตบนความกลัว กลัวที่จะผิดพลาดเหมือนกับโจ กล่าวคือไม่กล้าที่จะตั้งเป้าหมายในชีวิต ไม่กล้าที่จะคาดหวังใดๆ เกี่ยวกับชีวิตในวันข้างหน้าของตนเอง ด้วยเหตุผลหลักประการเดียวคือ..."กลัวว่าจะล้มเหลว หรือกลัวว่าจะไปไม่ถึงฝัน" 
ความกลัวนี้มักทำให้คนจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตแต่ละวันไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่มีความกระฉับกระเฉง ไม่มีชีวิติชีวา และที่สำคัญอย่างไม่ได้รู้ว่ามีคุณค่าอะไร ไร้พลัง เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย หรือที่เรียกว่า “การใช้ชีวิตอย่างไม่มีเป้าหมาย” นั่นเอง
รู้จัก...เป้าหมายในชีวิต
เป้าหมายในชีวิตของคนๆ หนึ่ง คือ สิ่งที่คนๆ นั้นให้ความหมาย ให้ความสำคัญ และอยากให้สิ่งๆ นั้นเกิดขึ้นในชีวิตของเขา หลายครั้งเป้าหมายในชีวิตทำหน้าที่เหมือนขั้วแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ดึงดูดคนเราให้ลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น คนที่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรบ้าง รู้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เพื่อใคร และเพื่อที่จะทำอะไร
คำถามที่มักพบคือ เพราะเหตุใดคนเราจึงมีปัญหาในการตระหนักถึงเป้าหมายในชีวิตของตน แม้ว่าจะอยู่ในวิสัยที่ทำได้ แต่ก็ไม่ได้ทำ หรือว่าเรายุ่งเกินไป หรือเรามีเรื่องรกใจ หรือมีอะไรต้องทำมากมายเกินไป จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไปตามผู้คนแวดล้อมบอกให้ทำ หรือตามสังคมบอกว่าดี โดยไม่รู้ตัวว่าตนเองต้องการอะไร หรือปล่อยให้เรื่องที่เคยต้องการจะทำหลายเรื่องผ่านไป เพราะสาเหตุว่าเรามีเป้าหมายในชีวิตไม่ชัดเจน
คำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ สิ่งที่คนเราตั้งใจทำอาจจะไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาก็ได้ จริงอยู่คนเรานึกได้ว่าต้องทำโน่นต้องทำนี่ นั่นคือการมีความตั้งใจ แต่ความตั้งใจไม่ใช่เป้าหมายของชีวิต ความตั้งใจคือการที่เราตกลงใจว่าจะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด แต่เป้าหมายในชีวิตจะเป็นการตั้งทิศทางที่มุ่งไปสู่บางสิ่งที่คนเราเห็นว่าสำคัญหรือมีความหมายต่อเขา เป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเลือกความเป็นไปได้ต่างๆ และนำไปสู่การกระทำกิจกรรมต่างๆในชีวิต
“แน่นอนว่าเป้าหมายในชีวิตทุกข้อจะเริ่มขึ้นจากความตั้งใจก่อนเสมอ”
วิธีการ..ตั้งเป้าหมายในชีวิต
ง่ายที่สุด เราสามารถเริ่มต้นด้วยนึกถึงเป้าหมายในปัจจุบัน โดยเวลา 2 นาที “ให้นึกถึงสิ่งที่ต้องการหรือปรารถนาจะให้เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเอง” แล้วเขียนลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าตั้งใจมุ่งไปเรื่องใดและอย่างไร ดูตัวอย่างของ เป้าหมายของสุดใจ
หนึ่ง เป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 5 ปีข้างหน้า
- ทำงานทำเงินเดือน 150,000 บาท ขึ้นไป
- มีเงินเก็บไว้ซื้อบ้านของตนเอง
- ไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว
- ทำงานทำเงินเดือน 150,000 บาท ขึ้นไป
- มีเงินเก็บไว้ซื้อบ้านของตนเอง
- ไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว
สอง เขียนเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 1 ปีข้างหน้า
- เปลี่ยนงาน และ ทำกิจกรรมต่างๆ ให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสบการณ์
- หาข้อมูลงานที่ตรงสายงานที่เรียน
- หัดขับรถในกรุงเทพให้คล่องเส้นทางและสอบใบขับขี่
- เปลี่ยนงาน และ ทำกิจกรรมต่างๆ ให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสบการณ์
- หาข้อมูลงานที่ตรงสายงานที่เรียน
- หัดขับรถในกรุงเทพให้คล่องเส้นทางและสอบใบขับขี่
สาม เขียนเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า
- สะสางงานประจำที่คั่งค้าง
- เรียนภาษาที่สาม เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น
- ขับรถไปทำงานด้วยตนเอง
- สะสางงานประจำที่คั่งค้าง
- เรียนภาษาที่สาม เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น
- ขับรถไปทำงานด้วยตนเอง
ข้อสังเกต แต่ละช่วงเป้าหมายระยะเวลา ระยะปานกลาง และระยะสั้นของสุดใจสอดคล้องกันทุกช่วง เป้าหมายเป็นรูปธรรม มีความหลากหลายของเป้าหมายน้อยไปบ้างตรงที่สุดใจให้ความสนใจเรื่องเรียน การงาน เป็นหลักให้ความสนใจครอบครัวบ้าง แต่ยังขาดการพักผ่อนและการดูแลตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมอื่นในชีวิต ที่สำคัญคือสุดใจเป็นผู้กำหนดเป้าหมายในชีวิตด้วยตนเอง และเป็นเป้าหมายในชีวิตทีเธอรู้สึกพอใจมากที่สุดในช่วงเวลาและวัยนี้ ซึ่งเป้าหมายในชีวิตที่ดีจะต้องมีความสอดคล้องกับพัฒนาการชีวิตด้วย
ต่อมา ให้นึกถึง หากเรามีเวลาจำกัดหรือต้องตายในเวลาที่กำหนด ให้เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จขณะที่เรายังมีชีวิตเหลืออยู่ : การตั้งเป้าหมายแบบนี้เป็นการตรวจสอบสิ่งที่ค้างอยู่ในใจที่ถ้าไม่ได้ทำแล้วจะรู้สึกผิด เสียใจ เสียดาย หรือไม่สบายใจทั้งปวง ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างเต็มที่
อีกครั้ง ดังตัวอย่างของสุดใจ
หนึ่ง เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จภายใน 5 ปี ที่เหลืออยู่
- มีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด
- ทำงานที่ตนเองชอบและให้เงินพ่อแม่ใช้
- ไปอยู่ประเทศอังกฤษกับน้องชาย 1 ปี เพราะเป็นประเทศที่อยากไปมาก
- มีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด
- ทำงานที่ตนเองชอบและให้เงินพ่อแม่ใช้
- ไปอยู่ประเทศอังกฤษกับน้องชาย 1 ปี เพราะเป็นประเทศที่อยากไปมาก
สอง เขียนเป้าหมายที่ต้องการให้ทำเสร็จภายใน 1 ปีที่เหลืออยู่
- สะสางงานที่ค้างและเขียนพินัยกรรม
- ให้เงินพ่อแม่จำนวน หนึ่งในสี่ของเงินทั้งหมด
- ทำบุญ ทำทาน ทำสมาธิ วิปัสสนา
- สะสางงานที่ค้างและเขียนพินัยกรรม
- ให้เงินพ่อแม่จำนวน หนึ่งในสี่ของเงินทั้งหมด
- ทำบุญ ทำทาน ทำสมาธิ วิปัสสนา
สาม เขียนเป้าหมายที่ต้องการทำให้เสร็จภายใน 6 เดือนที่เหลืออยู่ - อยู่กับพ่อแม่ พี่น้อง คนที่รักให้มากที่สุด
- ทำบุญ ถือศีล กินเจ
- สะสางงานที่ค้างในแต่ละวัน
- ทำบุญ ถือศีล กินเจ
- สะสางงานที่ค้างในแต่ละวัน
ข้อสังเกต เป้าหมายในชีวิตของสุดใจ ข้อที่ 1 เมื่อวานนี้ และข้อที่ 2 ในวันนี้ มีความแตกต่างกันกล่าวคือ เป้าหมายในชีวิตเมื่อชีวิตมีเวลาจำกัดทำให้สุดใจได้ไตร่ตรองในอีกมุมของชีวิตที่เขาให้ความสำคัญแล้วละเลยไปในช่วงเวลาปกติ เพราะคิดว่ายังมีเวลาเพียงพอ เช่น การได้ใช้เวลากับครอบครัวที่เธอรัก ได้ทำบุญ ทำทาน สมาธิวิปัสสนา และสะสางงานที่ค้างในแต่ละวัน
สุดท้าย ให้ทบทวนเป้าหมายในแง่ที่เป็นจริง ด้วยการรวมเป้าหมายในชีวิตยามเวลาไม่จำกัด และยามชีวิตมีเวลาจำกัดเข้าด้วยกัน เป้าหมายในชีวิตวันนี้จะเป็นผลจากการใคร่ครวญ ไตร่ตรองว่าความตั้งใจใดที่ชัดเจนและมีความสำคัญ มีความหมายมากพอสำหรับชีวิต
ดังตัวอย่างเป้าหมายของสุดใจ
หนึ่ง เป้าหมายระยะยาว ภายใน 5 ปี
- ทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท
- ให้เงินพ่อแม่จำนวนหนึ่งในสี่ของเงินเดือนทั้งหมด
- มีกิจกรรมพักผ่อนและสังคม เช่น ปลูกต้นไม้ ทำบุญ ฝึกสมาธิ วิปัสสนา
- ทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท
- ให้เงินพ่อแม่จำนวนหนึ่งในสี่ของเงินเดือนทั้งหมด
- มีกิจกรรมพักผ่อนและสังคม เช่น ปลูกต้นไม้ ทำบุญ ฝึกสมาธิ วิปัสสนา
สอง เป้าหมายระยะกลาง ภายใน 1 ปี - เตรียมข้อมูลการงานและสะสางงานที่ค้างไว้
- ไปพักผ่อนชายทะเลกับครอบครัว 1 สัปดาห์
- สอบใบขับขี่และขับรถยนต์มาทำงานเอง
- ไปพักผ่อนชายทะเลกับครอบครัว 1 สัปดาห์
- สอบใบขับขี่และขับรถยนต์มาทำงานเอง
สาม เป้าหมายระยะสั้น ภายใน 6 เดือน
- เตรียมตัวสมัครงานเพิ่ม
- หัดขับรถให้คล่องเส้นทางกรุงเทพ และ เขตรอบนอกกรุงเทพ
- ไปทำบุญกับครอบครัว
- เตรียมตัวสมัครงานเพิ่ม
- หัดขับรถให้คล่องเส้นทางกรุงเทพ และ เขตรอบนอกกรุงเทพ
- ไปทำบุญกับครอบครัว
ข้อสังเกต สุดใจได้ทบทวนเป้าหมายในชีวิตของตนเอง และปรับเป้าหมายให้ตรงกับความต้องการและเป็นจริง เป้าหมายในชีวิตเป็นไปได้และปฏิบัติได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับความเป็นจริง
มี คำกล่าวของวิกเตอร์ อี แฟรงค์ จิตแพทย์ชื่อดังชาวเวียนนา เกี่ยวกับเป้าหมายและความหมายในชีวิตไว้ว่า ...
“คนเราหากได้เลือกวิถีชีวิตของตนและรู้ว่าเขามีเป้าหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามีความหมายมากพอต่อชีวิตแล้ว เขาผู้นั้นจะยินดีฝ่าฟันความยากลำบาก และลงมือกระทำตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ให้สำเร็จลุล่วง
ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นสิ่งที่ยากเพียงใดก็ตาม”
ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นสิ่งที่ยากเพียงใดก็ตาม”
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.youthonlinecps.com
วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558
10 อาชีพยอดนิยมในอนาคต
10 อาชีพยอดนิยมในอนาคต
1. นักสื่อสารและงานผูกมิตร
หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นงานด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ อาชีพนี้ยังคงคิดอันดับหนึ่งในสิบของวิชาชีพที่คนรุ่นใหม่ใฝ่ฝันอยากเป็น ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว นักเขียน หรือนักประชาสัมพันธ์ ล้วนเป็นอาชีพที่ต้องทำงานด้านข่าวสาร ความเคลื่อนไหวเพื่อกระจายไปสู่คนหมู่มาก งานเหล่านี้จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน เรียกว่าไม่ซ้ำซากจำเจกับงานรูปแบบเดิมๆ เหมือนทุกวัน เราจึงไม่แปลกใจที่งานด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ต่างเป็นที่หมายปองของคนทั่วไป ชนิดที่ว่าเปิดรับสมัครเมื่อไหร่เป็นเต็มทันใจทุกที
2. หัวใจบริการคืองานของเรา
แม้ว่าทุกวันนี้งานบริการบนฟ้าอย่างการเป็นแอร์โฮสเตสและสจ๊วตยังคงมีหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ส่งใบสมัครกันไม่ขาดสาย แต่งานบริการก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ งานรูปแบบเดิมๆ โดยเฉพาะงานบริการด้านอาหาร อย่างการจัด Catering งานจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าเอเยนซี่โฆษณา ออร์แกไนเซอร์ ไปจนถึงงานเลี้ยงส่วนตัว เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ งานบริการรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่สนุก และท้าทาย ยิ่งเรื่องของอาหารด้วยแล้ว หากคุณมีความรู้และรู้จักที่จะดัดแปลงให้แปลกตา น่ามอง และน่าชิม รับรองว่า งานบริการอย่าง Catering จะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับคุณเลยทีเดียว
3. นักกิจกรรม สร้างสรรค์งานเก๋
นักจัดอีเวนท์เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากของคนยุคนี้ ทั้งในรูปแบบของบริษัทออร์แกไนเซอร์ รับจ้างจัดงานเปิดตัวสินค้า สถานที่ต่าง ๆ หรือจะเป็นในลักษณะของฟรีแลนซ์ รับวางแผนสร้างสรรค์ไอเดีย เก๋ๆ ไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมงาน และความพร้อมต่าง ๆ จนกระทั่งนับถอยหลัง 5 4 3 2 1 กันเลย และรูปแบบของงานประเภทนี้จึงเน้นไปในเรื่องของความคิดที่แปลกใหม่ และการทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลาและความทันสมัย ใครรู้ตัวว่ามีไอเดียกระฉูด และสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ ลองพิจารณาสาขาอาชีพนี้ดูหน่อยดีมั้ย
4. เนรนิตงานสวย ผ่านการดีไซน์
ใครรู้ตัวว่าเป็นคนช่างดีไซน์ รู้จักดัดแปลง สร้างสรรค์สิ่งของธรรมดาให้เป็นงานสวย ฝีมือดีได้ การมีอาชีพเป็นนักออกแบบถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเช่นกัน โดยเฉพาะงานออกแบบอัญมณี เครื่องประดับทั้งหลายที่เป็นของสวยงาม จัดได้ว่าเป็นความฝันอย่างหนึ่งของสาวๆ เลยก็ว่าได้ สำหรับอาชีพนักออกแบบ นอกจากต้องมีคุณสมบัติสร้างสรรค์งานได้เป็นอย่างดีแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือต้องมีความอดทน และมีสไตล์ของตัวเองที่ชัดเจน สิ่งนี้จะทำให้งานออกแบบของคุณมีความแตกต่างจากท้องตลาดในปัจจุบัน
5. งานไอที เพื่อชีวิตทันสมัย
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่สนใจไอที คงต้องบอกว่าเชยสุดๆ ใน พ.ศ.นี้ กันเลย แต่ถ้าคุณสนใจถึงขนาดที่ว่านำความรู้เหล่านั้นมาประกอบเป็นอาชีพได้ละก็ คุณก็โชคดีไม่น้อยทีเดียว เพราะยุคนี้ทุกสิ่งรอบตัวต่างดำเนินไปด้วยระบบดิจิตอลไปเสียหมด ดังนั้น อาชีพอย่างการเป็นโปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ นักจัดการวางแผนงานด้านคอมพิวเตอร์ เหล่านี้จงเป็นหนทางที่จะสร้างรายได้ที่ดีให้กับคุณ แถมยังดูอินเทรนด์เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่น่าจับตามองอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครรู้ตัวว่ามีหัวด้านไอทีก็อย่างรีรอ เร่งหาความรู้เพิ่มเติมแล้วร่อนใบสมัครอัพเกรดชีวิตด่วน
6. ช่างพูดช่างคุย ลุยงานตลอด
อาชีพนักขายและนักการตลาด ยังคงเป็นอาชีพฮอตฮิตในใจคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่อยู่เสมอ เพราะนอกจากรายได้ที่ดีเสียจนใครๆ ต้องอิจฉา เรื่องของลักษณะงานยังน่าสนใจไม่น้อย เรียกว่าสนุกเร้าใจ ยิ่งใครชอบการทำงานภายใต้ความกดดันจากคู่แข่ง งานนี้เหมาะกับคุณเลยค่ะ บุคลิกภาพที่โดดเดนของคนทำงานด้านนี้ต้องเป็นคนที่หน้าตาดี เรียกว่าเห็นแล้วต้องน่าคุยด้วย มีความฉลาด ไหวพริบเป็นเลิศ ช่างเจรจา และยังต้องทำงานอย่างหนัก ขยันในการติดต่อประสานงาน เหล่านี้คือการทำงานอย่างหนัก แต่ก็แลกมาด้วยรายได้ที่งดงามเสมอ เอาเป็นว่า คุณสมบัติที่ว่ามาหากตรงกับคุณมากกว่า 2 อย่างก็ลองเบนเข็มชีวิตมาลิ้มลองงานขายดูสักหน่อยก็ไม่เลวนะ
7. งานโฆษณา ลูกบ้าเต็มเหนี่ยว
การเป็นนักโฆษณาที่ดีและจะสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยความกล้า บ้าบิ่น โดยเฉพาะความบ้าทางด้านความคิด อย่างที่ใครๆ มักบอกให้คิดต่าง หรือคิดในมุมกลับกัน คนในแวดวงโฆษณามักมียีนชนิดนี้แฝงอยู่เสมอ เด็กจบใหม่จำนวนมากใฝ่ฝันอยากทำงานด้านนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่าความคิดต่างๆ ที่พวกเขาไม่ได้รับการยอมรับก่อนหน้านี้ สังคมอาจเปิดโอกาสให้พวกเขาบ้าง และเชื่อมั้ยว่านักโฆษณาหลายคนต่างต่อยอดให้ตัวเองจนกลายเป็นผู้กำกับดังมาแล้วหลายคน เพราะฉะนั้นถ้าเชื่อในลูกบ้าของตัวเองว่ามีเพียงพอแล้วละก็ ลองหันมามองอาชีพที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างนักโฆษรา แล้วคุณจะรู้ว่า อิสระทางความคิดสนุกแค่ไหน
8. เป็นนายตัวเอง เวิร์กสุด ๆ
ใครจะเถียงบ้างว่าไม่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เราเชื่อว่า ความฝันลึกๆ ในใจทุกคนคือการได้ทำงานให้ตัวเอง เพื่อตัวเองจริง ๆ ปัจจุบันเราจึงเห็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยๆ หลายคนโอกาสดีเพราะฐานะทางการเงินเอื้ออำนวย แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่อาศัยความกล้าได้กล้าเสีย ยอมลงทุนเงินก้อนที่เก็บหอมรอมริบมานาน เพื่อให้ธุรกิจที่รักเริ่มต้นขึ้นได้ คุณสมบัติใหม่ของคนที่อยากทำอาชีพนี้ให้สำเร็จคือต้องมีความรู้ในสิ่งที่ตัวเองทำให้มากที่สุด และที่ขาดไม่ได้เลยคือความขยัน อดทนมากกว่าการเป็นลูกน้องคนอื่น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การทำอาชีพเป็นเจ้านายตัวเองก็ได้รับความนิยมและมีคนจำนวนไม่น้อยยอมเสี่ยงเอาเงินเก็บทั้งชีวิตที่มี เพื่ออาชีพที่เรียกกันว่า “เจ้าของธุรกิจส่วนตัว”
9. เก่งเฉพาะด้านงานรายได้ดี
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นชื่อเรียกสำหรับอาชีพที่คนทั่วไปจะมาร่อนใบสมัครกันง่ายๆ ไม่ได้นะคะ อย่างแรกและสำคัญที่สุดคือคุณต้องเรียนวิชาเหล่านี้มาโดยตรงและมีความรู้เป็นอย่างดีเสียก่อน จึงจะสามารถทำงานได้ เพราะงานประเภทนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก เช่น แพทย์ พยาบาล ทนายความ วิศวกร นักบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ คุณต้องรับผิดชอบชีวิตและความปลอดภัยของคนเพราะฉะนั้นอาชีพนี้แม่จะรายได้ดี (ตลอดกาล) แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอาชีพอื่นเช่นกัน คนส่วนใหญ่ที่ทำงานด้านนี้มักจะมีความชัดเจนมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เพราะการเรียนในระดับปริญญาจะต้องมีการปูพื้นความรู้อย่างเต็มที่เสียก่อน และถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แบ้วอยากจะทำอาชีพเหล่านี้ดูบ้าง คงต้องบอกว่าสายไปเสียแล้วคะ แต่เอาเป็นว่าอาชีพเชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบนี้ มักจะไม่เคยตกอันดับ 10 อาชีพสุดฮอตตลอดกาลของคนบนโลกใบนี้แน่นอน
10. ฟรีแลนซ์ รูปแบบชีวิตอิสระ
ขาดไม่ได้แน่นอนกับอาชีพที่อินเทรนด์สุดๆ ของคนยุคปัจจุบัน กับการทำงานแบบอิสระ ไม่ขึ้นกับใคร งานที่ต้องรับจ้างเป็นชิ้น ๆ หรือที่เรียกกันถนัดปากว่า ฟรีแลนซ์ แรกๆ เราจะรู้จักอาชีพนี้จากคนทำงนในแวดวงแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นช่างทำผม เมกอัพอาร์ติสท์ ช่างภาพ และไม่นานกลุ่ม นักเขียนที่รับจ้างเขียนงานให้กับสำนักพิมพ์ต่างๆ ก็มีจำนวนมากขึ้น จนกระทั่งฟรีแลนซ์ได้แพร่กระจายไปสู่ทุกกลุ่มงาน ไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก นักออกแบบ ประชาสัมพันธ์ นักโฆษณา ขายสินค้าบนเว็บไซต์ แม้กระทั่งนักพยากรณ์ ฟรีแลนซ์จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากคนในสังคมไทยตอนนี้แม้รายได้ของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง แต่อิสระจากการทำงาน และอาชีพที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดัน ถือเป็นความสุขที่มากเกินพอสำหรับคนอาชีพนี้
ที่มา : www.women.kapook.com
แนะนำวิทยาลัยพยาบาลกองทัพ
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dek-d.com/board/view/3557222/
เพราะชีวิตของเราคือการเดินทาง...คนหลายคน มีทางเดินให้เลือกมากมายในชีวิต หากเรายังมีความฝัน “วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก” ขอเป็นอีกหนึ่งเส้นทางของน้องๆ อีกทางเลือกหนึ่งก้าวสู่วิชาชีพพยาบาล “เส้นทางสีขาว ดวงดาวสีทอง”...
ก่อนอื่นขอให้น้องๆ ค่อยๆมองพวกเราก่อนนะค่ะ เราคือ “พยาบาลทหารบก” แน่นอนต้องเป็นพยาบาลด้วย เป็นทหารด้วย (แบบ2in1) น้องๆหลายคนคงรู้จักพวกเราผ่านทางช่องทางต่างๆที่นำเสนอเรื่องราวของพวกเรา ทั้งจากอินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊ค และทางทีวีช่องห้า ปล. กระทู้นี้เป็นกระทู้สบายๆนะ ไม่เครียดๆนะ พี่เขียนกระทู้เป็นครั้งแรก ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะจ่ะ อ้าวเริ่มละนะ... ก่อนอื่นที่น้องจะเข้ามาเรียนที่นี้ได้ น้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า น้องอยากเป็นพยาบาลจริงๆใช่ไหม อยากเป็นพยาบาล หรืออยากเป็นทหารมากกว่ากัน ส่วนพี่นั่นหรอ ฮ่าๆๆ พี่ไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร ก็ปกติของเด็กแอดก็ดูมหาวิทยาลัยไปเรื่อยๆ แล้ววันนั้นเป็นวันที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกเปิดรับสมัครเป็นวันแรกพอดี พี่เลยสมัครดูและพี่ก็สอบติดแบบงงๆ แบบที่ไม่รู้เลยว่าที่นี้เค้าเรียนยังไง เค้าอยู่กันอย่างไร แตกต่างจากที่อื่นตรงไหน....พี่ไม่เคยรู้เลย TT^TT
มีสาระ...การรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกจะเปิดรับบุคคลพลเรือนเข้าศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ( 4 ปี) มีนักเรียน 2 ประเภท แต่ก็ลักษณะภายนอกก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน แบ่งเป็น ทุนกองทัพบก รับจำนวน 20 คน ( รับเฉพาะเพศหญิง ) และก็ทุนส่วนตัว รับจำนวน 65 คน รับทั้งเพศหญิงและเพศชาย (สำหรับเพศชายไม่เกิน 10 คน) รวม85 คน (แต่แล้วแต่ปีการศึกษาและนโยบายของกองทัพอีกทีนะค่ะ) แต่ทุน ทบ.จบมาจะได้รับการบรรจุเป็นทหารยศสัญญาบัตร เป็น ร้อยตรีหญิง ได้เรียนฟรี มีเงินเดือนเดือนละ 3,000 บาท มีเบี้ยเลี้ยง ส่วนทุนส่วนตัวนั้นก็ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ไม่มีข้อผูกมัด แต่ถ้าทางราชการต้องการเพิ่มสามารถบรรจุได้ แต่ที่ผ่านมาทุกปี ก็ได้บรรจุหมดทุกรุ่น ทุกคนนะจ้ะ
คุณสมบัติของผู้สมัคร น้องๆต้องจบการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์ สอบโอเน็ตหรือ 7 วิชาสามัญก็ได้ในปีที่น้องสมัคร โดยคะแนนวิชาคณิตศาสตร์,ภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์ ไม่ต่ำกว่าวิชาละ 30 คะแนน และน้องๆต้องสอบ GAT ทั้งวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และก็ความถนัดวิชาวิทยาศาสตร์ หรือ PAT 2 นะค่ะ แล้วเด็กซิ่วละค่ะสมัครได้ไหม สมัครได้สิค่ะ ขอแค่น้อง โสด (สวยนิดหน่อยก็พอ) อายุ 18-25 ปีบริบูรณ์ พ่อแม่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ถ้าพ่อหรือแม่ของน้องเป็นนายทหารสัญญาบัตร(ร้อยตรีขึ้นไป) พ่อหรือแม่จะไม่ใช่ผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้ และที่สำคัญ....แต่ไม่ถึงที่สุด...คือ “หุ่น” คือ น้องต้องมีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัม มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 155 เซนติเมตรนะจ้ะ เกินได้แต่ห้ามขาด
จบที่นี้ “วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก” แตกต่างจากที่วิทยาลัยพยาบาลที่อื่น มหาลัยอื่นอย่างไร? คำตอบคือ...ที่นี้คือเส้นทางสู่วิชาชีพพยาบาลและนายทหารสัญญาบัตร เมื่อจบแล้วน้องจากจะได้ติดยศเป็นว่าที่ร้อยตรีหญิงแล้ว วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเป็นวิทยาลัยสมทบกับมหาวิทยาลัยมหิดล ดังนั้นเมื่อเราจบการศึกษาเราก็จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรหลักสูตรพยาบาลศาตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล
น้องๆ คนไหนที่อยากจะเข้ามาเรียนที่นี่ ก็พยายามเข้านะคะ พี่ๆ เอาใจช่วย
เรามาเป็นครอบครัวเดียวกัน
ส่วนถ้าสงสัยอะไรก็ถามได้นะคะ โพสคำถามไว้เลยก็ได้ หรือสามารถสอบถามได้ที่....
แฟนเพจ : Army Nurse Fanclub
Youtube ภาพสวยๆ เราก็มีค่ะ จิ้มๆเลยhttps://www.youtube.com/watch?v=V5K9QHAV278
- เส้นทางสู่วิชาชีพพยาบาลและนายทหารสัญญาบัตร
- เราพร้อมทุกสถานการณ์
- ปีหนึ่งมีเรียนวิชาทหาร ไปใช้ชีวิตอยู่ในป่า
- ครบรอบ ๕๒ ปี เราอยู่ได้เพราะคำว่า "คุณภาพ"
- พี่โบว์จัง รุ่น ๔๗ สวย ใจดี ค่ะ
- พยาบาล
- เครื่องแบบสวยสง่า และมีเกียรติทุกชุดค่ะ
- หอชาย ก็มีนะค่ะ
- พี่มุก รุ่น ๕๐ สวย น่ารัก เสียงหวาน
- พี่มิ้น รุ่น ๕๐
- อ้างถึงพี่พอยใส กับ พี่ป๋อ รุ่น ๕๐
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558
เป้าหมายชีวิต...เรียนเพื่ออะไร
เรียนไปทำไม เรียนไปเพื่ออะไร ?
หากถามคำถามนี้กับนักเรียนแล้วส่วนมากก็จะตอบว่า เพื่อให้มีวิชาบ้าง เพื่อให้มีความรู้บ้าง เป็นคำตอบกลางๆดูมัวๆ เมื่อถามต่อว่า โตขึ้นอย่างเป็นอะไร คำตอบส่วนใหญ่กลับได้เป็นความเงียบแทนเฉยเลย..ทำไมนะ สัณนิฐานว่าจริงๆแล้วนักเรียนส่วนเยอะ ยังไม่มีจุดหมายในชีวิต รึปล่าวนะ ?
ความจริงข้อที่ 1 เราเรียนเพื่อไปประกอบอาชีพ !
เพื่อให้ง่าย ครูขอเฉลยว่าจริงๆแล้วเราเรียนไปเพื่อไปประกอบอาชีพในอนาคต เพราะเราต้องมีหน้าที่ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว(และอีกมาก) ภาระความรับผิดชอบมากมายกำลังรอเราอยู่ในอนาคต(แน่นอน) คำถามต่อไปก็คือ "เราจะประกอบอาชีพอะไรดี" นั้นเอง
ความจริงข้อที่ 2 อาชีพบนโลกใบนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท(ใหญ่ๆ)
คืออาชีพที่ต้องใช้กำลังกายเข้าแลก กับอาชีพที่ต้องใช้กำลังความคิดเข้าแลกมา และวิธีเดียวที่เราจะฝึกฝนกำลังความคิดก็คือ "การเล่าเรียน" นั้นเอง ซึ่งความแตกต่างระหว่างงาน 2 ประเภทอันนี้ครูคงไม่ต้องสารธยาย
ความจริงข้อที่ 3 (ประเทศไทย) วัดค่ากันที่กระดาษและเกรดเฉลี่ย
เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับความ ส่วนใหญ่แล้วประเทศเราคัดคนเข้าทำงานโดยดูจากวุฒิทางการศึกษาและผลการเรียน (เกรดเริ่มมีผลกับนักเรียนแล้ว) ยกตัวอย่าง นักเรียนอาจเคยเห็นข่าวการรับสมัครงานที่กำหนดคุณสมบบัติของผู้สมัคร เช่น ต้องมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 อย่างนี้เป็นต้น
เลิกความคิดเรียนไปวันๆ แค่ให้ผ่านๆไปซะ(เดี๋ยวนี้)
โอกาสย่อมเป็นของคนที่มีความพรร้อม และความพยายามเท่านั้น เมื่อนักเรียนเข้ามาถึงจุดนี้ เรากำลังลงทุนทั้งเวลาและเงินทองมากมายนับไม่ถ้วนวันนี้เราต้องตอบให้ได้ว่า "เราทำดีที่สุดหรือยัง"
หากถามคำถามนี้กับนักเรียนแล้วส่วนมากก็จะตอบว่า เพื่อให้มีวิชาบ้าง เพื่อให้มีความรู้บ้าง เป็นคำตอบกลางๆดูมัวๆ เมื่อถามต่อว่า โตขึ้นอย่างเป็นอะไร คำตอบส่วนใหญ่กลับได้เป็นความเงียบแทนเฉยเลย..ทำไมนะ สัณนิฐานว่าจริงๆแล้วนักเรียนส่วนเยอะ ยังไม่มีจุดหมายในชีวิต รึปล่าวนะ ?
ความจริงข้อที่ 1 เราเรียนเพื่อไปประกอบอาชีพ !
เพื่อให้ง่าย ครูขอเฉลยว่าจริงๆแล้วเราเรียนไปเพื่อไปประกอบอาชีพในอนาคต เพราะเราต้องมีหน้าที่ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว(และอีกมาก) ภาระความรับผิดชอบมากมายกำลังรอเราอยู่ในอนาคต(แน่นอน) คำถามต่อไปก็คือ "เราจะประกอบอาชีพอะไรดี" นั้นเอง
ความจริงข้อที่ 2 อาชีพบนโลกใบนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท(ใหญ่ๆ)
คืออาชีพที่ต้องใช้กำลังกายเข้าแลก กับอาชีพที่ต้องใช้กำลังความคิดเข้าแลกมา และวิธีเดียวที่เราจะฝึกฝนกำลังความคิดก็คือ "การเล่าเรียน" นั้นเอง ซึ่งความแตกต่างระหว่างงาน 2 ประเภทอันนี้ครูคงไม่ต้องสารธยาย
ความจริงข้อที่ 3 (ประเทศไทย) วัดค่ากันที่กระดาษและเกรดเฉลี่ย
เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับความ ส่วนใหญ่แล้วประเทศเราคัดคนเข้าทำงานโดยดูจากวุฒิทางการศึกษาและผลการเรียน (เกรดเริ่มมีผลกับนักเรียนแล้ว) ยกตัวอย่าง นักเรียนอาจเคยเห็นข่าวการรับสมัครงานที่กำหนดคุณสมบบัติของผู้สมัคร เช่น ต้องมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 อย่างนี้เป็นต้น
เลิกความคิดเรียนไปวันๆ แค่ให้ผ่านๆไปซะ(เดี๋ยวนี้)
โอกาสย่อมเป็นของคนที่มีความพรร้อม และความพยายามเท่านั้น เมื่อนักเรียนเข้ามาถึงจุดนี้ เรากำลังลงทุนทั้งเวลาและเงินทองมากมายนับไม่ถ้วนวันนี้เราต้องตอบให้ได้ว่า "เราทำดีที่สุดหรือยัง"
ครูท๊อป
วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558
ข่าวประชาสัมพันธ์ รับสมัครตำรวจสายอำนวยการและเทคนิค จำนวน ๙๘๕ อัตรา
เข้าสู่เว็บไซต์สำนักงานกองการสอบ คลิกที่นี่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



